จุดเริ่มต้นของการเพาะปลูกกาแฟสู่ความยั่งยืน
การปลูกกาแฟในปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ความเสื่อมโทรมของดิน และการลดลงของทรัพยากรน้ำ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อผลผลิตกาแฟและคุณภาพของเมล็ดกาแฟ NESCAFÉ เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการสร้างระบบการเพาะปลูกที่สามารถช่วยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมไปพร้อมกับการผลิตกาแฟที่มีคุณภาพ จึงได้นำแนวคิดของ เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) มาใช้ เพื่อให้การเพาะปลูกกาแฟมีความยั่งยืนมากขึ้นในระยะยาว
เนสกาแฟยึดมั่นในหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟู
ภายในปี 2030 เนสกาแฟตั้งเป้าที่จะเข้าถึงกาแฟที่ผ่านมาตรฐานความยั่งยืน 100% เพื่อสนับสนุนสภาพการทำงานที่ดีขึ้นสำหรับเกษตรกรและครอบครัว เพื่อปลูกพืชผลอย่างยั่งยืน
การดูแลจัดการทรัพยากรด้วยการเกษตรเชิงฟื้นฟูอย่างยั่งยืน
เนสกาแฟประสบความสำเร็จในการเพาะปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน 100% เมล็ดกาแฟทุกเม็ดที่เนสกาแฟรับซื้อจากเกษตรกรในประเทศไทย ได้รับการรับรองมาตรฐาน 4C (Common Code for the Coffee Community) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากล โดยวิถีของเนสกาแฟในการทำเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟูนั้น ทำให้เราได้ผลลัพธ์คือ เมล็ดกาแฟเติบโตอย่างสมบูรณ์ เหมาะกับการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง
การปลูกกาแฟร่วมกับป่า : สร้างร่มเงาให้ต้นกาแฟ เพิ่มการดูดซับคาร์บอน
การปลูกพืชผสมผสาน : เพื่อส่งเสริมความหลากหลาย ทางชีวภาพ ผลลัพธ์คือผลผลิตหลากหลายประเภท
การปลูกพืชคลุมดิน : เพื่อปกป้องดิน รักษาธาตุอาหารในดิน และเพิ่มความสมบูรณ์ของดิน โดยการปลูกหญ้าเป็นชั้นหนาเพื่อคลุมหน้าดินเอาไว้ ซึ่งจะช่วยป้องกันการกัดเซาะ การสูญเสียความชื้นและสารอาหารจากความร้อนของแสงแดด
การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมี : เพื่อส่งเสริมการใช้กากกาแฟ ช่วยหมุนเวียนธาตุอาหารในดิน และยังเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตอีกด้วย
การกระจายต้นกล้าพันธุ์ดี : เพื่อส่งเสริมการแจกจ่ายต้นกล้าพันธุ์ดีให้แก่เกษตรกร
เนสกาแฟให้ความเคารพและตระหนักถึงความสำคัญของเกษตรกร
